ระบบท่อ (Pipeline System)

ระบบขนส่งน้ำมัน (Pipeline Transportation System)

ระบบขนส่งน้ำมัน (Pipeline Transportation System)

ระบบขนส่งน้ำมัน (Pipeline Transportation System)

จากจุดเริ่มต้นของการขนส่งน้ำมันแบบผลิตภัณฑ์รวม (Multi-Products) แห่งแรกในประเทศไทย บริษัทสามารถขนส่งน้ำมันได้หลายชนิดในท่อเดียวกัน มีจุดรับน้ำมันเข้าระบบท่อจาก 3 แหล่ง คือ

  • โรงกลั่นน้ำมันบริษัท บางจากปิโตเลียม จำกัด (มหาชน) ที่บางจาก
  • คลังน้ำมันบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ที่ช่องนนทรี
  • คลังน้ำมันบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ที่ช่องนนทรี

ปริมาณน้ำมันจากทั้ง 3 แหล่ง จะถูกจัดส่งผ่านท่อใต้ดินขนานทางรถไฟมายังสถานีสูบถ่ายบริเวณช่องนนทรีและถูกจัดส่งด้วยเครื่องสูบถ่ายความดันสูงมายังสถานีควบคุมมักกะสัน เพื่อส่งไปยังปลายทาง ประกอบด้วยคลังน้ำมันอากาศยานที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงคลังน้ำมันภาคพื้นดินที่คลังน้ำมันบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีความยาวแนวท่อ 69 กิโลเมตร

สำหรับการขนส่งน้ำมันอากาศยานไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะขนส่งผ่านระบบท่อ ที่ต่อเชื่อมกับ ระบบท่อหลักที่สถานีควบคุมมักกะสัน โดยมีความยาวแนวท่อ 32 กิโลเมตร

ด้วยระบบท่อขนส่งน้ำมันที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล จึงเป็นที่ยอมรับว่าเป็นระบบขนส่งที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ได้น้ำมันที่มีคุณภาพ สะอาด บริสุทธิ์ และมีการสูญเสียน้ำมันจากการขนส่งน้อยที่สุด


แนวท่อขนส่งน้ำมัน (Pipeline Route)



Modern Transportation Control System

ระบบควบคุมการขนส่งที่ทันสมัย (Modern Transportation Control System)

ด้วยการควบคุมกระบวนการทำงานจากระบบคอมพิวเตอร์ Supervisory Control and Data Acquistion System (SCADA) อันทันสมัย ได้มาตรฐานสากล และเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงถูกนำมาใช้ ทำให้ระบบขนส่งสามารถควบคุมปริมาณและตรวจสอบชนิดของน้ำมันที่ผ่านระบบท่อได้ตลอดเส้นทางอีกทั้งยังสามารถตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำมัน การแจ้งสัญญาณฉุกเฉิน บังคับการเปิดปิดวาล์ว และอุปกรณ์ภายใน ระบบท่อโดยอัตโนมัติ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ยังสามารถควบคุมการเปิด-ปิดของถังน้ำมันทั้งต้นทาง และปลายทาง โดยมีศูนย์กลางห้องควบคุมอยู่ที่สำนักงานใหญ่ดอนเมือง


ความปลอดภัยของแนวท่อ (Security of Pipeline)

Security of Pipeline

การขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่า เป็นระบบการขนส่งน้ำมันที่มีความปลอดภัยสูงสุด ลดการสูญเสีย และไม่มีผลกระทบต่อชุมชน ไม่มีเสียงรบกวนขณะจัดส่ง   และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ท่อขนส่งน้ำมันของบริษัทเป็นท่อฝังอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 1.50 เมตรขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว มีความหนาเฉลี่ย 8 มิลลิเมตร เคลือบสารป้องกันสนิมทั้งภายนอกและภายในขณะก่อสร้างวางท่อหลังจากที่มีการเชื่อมท่อต่อกันแล้วจะมีการตรวจสอบแนวเชื่อมทั้งหมดด้วยการ X-RAY แล้วจึงพันเทปแนวเชื่อม

เพื่อป้องกันสนิมอีกครั้งก่อนที่จะวางลงไปใต้ดิน เมื่อวางฝังท่อลงไปใต้ดินแล้วยังมีเทปสีเหลืองวางเหนือท่อประมาณ 25 เซนติเมตร รวมถึงมีการติดตั้งระบบป้องกันการสึกกร่อนด้วยระบบ Cathodic Protection และมีป้ายแสดงแนวท่อ (Marker Post) ตลอดเส้นทาง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในระหว่างการขนส่งน้ำมัน บริษัทมีอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบสภาพภายในท่อเรียกว่า PIG (Pipeline Inspection Gauge) เป็นเครื่องมือที่วิ่งอยู่ภายในท่อและทำการบันทึกสภาพภายในท่ออย่างละเอียด ดั้งนั้น ในกรณีที่จุดใดจุดหนึ่งของท่อเริ่มสึกกร่อนก็สามารถตรวจสอบพบและทำการแก้ไขได้ก่อนที่จะมีการรั่วซึม

นอกจากนี้บริษัทยังมีเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจแนวท่อ (Patrol Line) ได้ออกทำการตรวจสอบแนวท่อเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันความเสียหายซึ่งอาจเกิดจากการขุดเจาะ รื้อ ก่อสร้างทำการเหนือแนวท่อขนส่งน้ำมัน