บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด

๐ ระบบท่อขนส่งน้ำมัน
๐ ระบบคลังน้ำมัน

การขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อเป็นวิธีการส่งที่มีการยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นระบบการขนส่งน้ำมันที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ได้น้ำมันที่บริสุทธิ์ และมีปริมาณน้ำมันที่สูญเสียจากการขนส่งน้อยที่สุด

การจัดส่งน้ำมันด้วยระบบท่อขนส่งน้ำมันนี้ จะก่อให้เกิดผลดีโดยส่วนรวมและประเทศชาติได้แก่
  • ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด
  • ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงและความมีเสถียรภาพในด้านการขนส่งและพลังงานของประเทศ
  • เพื่อเป็นการเสริมสร้างสมรรถนะในการขนส่งน้ำมันของประเทศ
  • ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวทางด้านการลงทุน
  • รักษาสิ่งแวดล้อม


  • การขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อของบริษัทฯถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้หลายชนิดภายใน ท่อเดียวกันซึ่งเรียกว่าการขนส่งผลิตภัณฑ์รวม (Multi-Product Pipeline) โดยใช้มาตรฐานสากล API (American Petroleum Institute) และ BS (British Standard)

    ผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ส่งผ่านระบบท่อประกอบด้วยน้ำมันอากาศยาน(Jet A-1) และน้ำมันภาคพื้นดิน (Ground Product) ซึ่งได้แก่น้ำมัน U91(Unlead Gasoline Octane 91) , U95 (Unlead Gasoline Octane 95) และ HSD (High Speed Deisel)

    การส่งน้ำมันผ่านระบบท่อนั้นมีจุดรับน้ำมันเข้าระบบท่อ 3 แหล่งด้วยกันคือ
    1. โรงกลั่นน้ำมัน : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่บางจาก กทม.
    2. คลังน้ำมัน : บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ช่องนนทรี คลองเตย กทม.
    3. คลังน้ำมัน : บริษัท น้ำมันคาลเท็กซ์ (ไทย) จำกัด ช่องนนทรี คลองเตย กทม.

    น้ำมันที่เข้าสู่ระบบท่อ จะถูกจัดส่งด้วยเครื่องสูบถ่ายความดันสูงมายังคลังน้ำมันปลายทาง ได้แก่ คลังน้ำมันดอนเมืองสำหรับน้ำมันอากาศยาน ส่วนน้ำมันภาคพื้นดินจะถูกส่งต่อไปที่คลังน้ำมันปลายทางของบริษัทฯ และคลังน้ำมันของบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) ที่อำเภอบางปะอิน โดยมีระยะทางทั้งสิ้น 69 กิโลเมตร ด้วยท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 14 นิ้ว ฝังลึกลงใต้ดินประมาณ 1.2 เมตร โดยมีแนวท่อขนานกับทางรถไฟ

    ระบบความปลอดภัยในการขนส่ง
    ท่อส่งน้ำมันถูกออกแบบให้หนาประมาณ 7-8 มิลลิเมตร เคลือบสารป้องกันสนิมทั้งภายนอกและภายใน ในขณะก่อสร้างวางท่อหลังจากที่มีการเชื่อมท่อต่อกันแล้วจะทำการตรวจสอบแนวเชื่อมทั้งหมด 100 % ด้วยการ X-ray จากนั้นจึงพันเทปทับแนวเชื่อมด้วยเทปป้องกันสนิมอีกครั้งก่อนที่จะวางลงไปในใต้ดินและหลังจากวางฝังท่อลงไปในดินแล้วก็ยังมีระบบป้องกันการสึกกร่อน (Cathodic Protection)ในระหว่างที่มีการส่งน้ำมันในท่อตามปกติยังมีอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบสภาพของท่อด้วยการใช้ PIG (Pipeline Inspection Gauge) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปในท่อ ขณะที่ PIG วิ่งอยู่ภายในท่อ จะทำการบันทึกสภาพของท่อโดยละเอียด ดังนั้นกรณีที่จุดใดจุดหนึ่งของท่อเริ่มสึกกร่อนจะสามารถตรวจพบและทำการแก้ไขได้ก่อนที่จะมีการรั่วซึมเกิดขึ้น

    กรณีอุบัติเหตุที่ทำให้ท่อส่งน้ำมันเกิดการรั่ว ระบบควบคุมอัตโนมัติ SCADA (Supervisory Control and Data Acquisition System) เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการควบคุมการจัดส่งน้ำมันทางท่อ โดยสามารถสั่งงานไปยังสถานีสูบถ่ายน้ำมัน ณ จุดส่งน้ำมันต้นทางสถานีสูบถ่ายหลักต่างๆ และสถานีปลายทาง ซึ่งมีอุปกรณ์รับ-ส่ง สัญญาณของสภาพของน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นความดัน อุณหภูมิ อัตราการไหล ความหนาแน่น สัญญาณของสภาพเหล่านี้จะถูกส่งผ่านระบบ On-Line มายังศูนย์ควบคุมระบบที่สำนักงานใหญ่ที่ดอนเมือง ดังนั้นในกรณีที่เกิดการรั่วซึมระหว่างทาง Valve สกัดน้ำมันตามจุดหลักๆจะถูกสั่งให้ปิดโดยระบบ SCADA ทันที พร้อมกับแจ้งตำแหน่งของจุดรั่วซึม การซ่อมแซมก็สามารถดำเนินการได้ทันท่วงทีและสามารถส่งน้ำมันได้ตามปกติในระยะเวลาอันสั้น

    นอกจากนี้การป้องกันความเสียหายอันเนื่องจากการขุดเจาะ หรือก่อสร้างเหนือแนวท่อส่งน้ำมัน ได้มีการติดเครื่องหมายเตือนไว้บนพื้นดินเหนือแนวท่อ และฝังเทปสีเหลืองซึ่งเป็นเครื่องหมายเตือนไว้ใต้ดินประมาณ 25 ซม. เหนือแนวท่อ ฉะนั้นเมื่อมีการขุดเจาะลงไปจะพบเทปเตือนนี้ก่อน และเรายังมีพนักงานตรวจสอบแนวท่ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการขุดเจาะ หรือก่อสร้างใกล้กับท่อส่งน้ำมันจนอาจเป็นอันตรายแก่แนวท่อได้

    ระบบควบคุมการขนส่งที่ทันสมัย
    ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์เรียกว่าระบบ (SCADA : Supervisory
         Control and Data Acquisition)
    สามารถควบคุมและสั่งการอุปกรณ์ได้ที่ส่วนกลาง (Center Control Room)
    สามารถทราบการเปลี่ยนแปลงในระบบท่อส่งน้ำมันเช่น อัตราการไหล ความดัน อุณหภูมิ ความหนา
         แน่น ของน้ำมันภายในท่อได้ตลอดเวลา (Real Time)
    สามารถกำหนดและเปลี่ยนแปลงแผนการส่งพร้อมกับแสดงผลของผลิตภัณฑ์น้ำมันภายในท่อได้อย่าง
         แม่นยำ (Batch Tracking)
    มีระบบตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำมันภายในท่อที่เรียกว่า Leak Detection และ
         Leak Location
    กลับขึ้นด้านบน